โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

IES ร่วมมือกับ Impact Energy Asia Limited (IEA) ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon Windfarm  ทางตอนใต้ของประเทศสปป.ลาว โครงการมีกำลังการผลิตติดตั้ง 600 เมกะวัตต์ มูลค่าโดยประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีแผนในการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายในปีพ.ศ. 2564 ด้วยขนาดกำลังผลิตดังกล่าวโครงการนี้ถือเป็น โครงการลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 34 ล้านตัน ตลอดอายุโครงการ

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการแรกในลาว

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 IEA ได้ร่วมลงนามบทบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับรัฐบาลลาว ในการศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในลาว หลังจากได้วัดลมและทำการศึกษาร่วมกับที่ปรึกษาทางเทคนิคด้านโรงไฟฟ้าพลังงานลมนานกว่า 3 ปี โครงการฯได้ผ่านการรับรองความเป็นไปได้จากรัฐบาลลาว และเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 IEA ได้ร่วมลงนามสัญญาพัฒนาโครงการฯ (PDA) ร่วมกับรัฐบาลลาว  ซึ่งถือว่า IEA เป็นผู้พัฒนารายแรกที่ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในลาว ปัจจุบันงานทางวิศวกรรมของโครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบโดยบริษัทผู้ผลิตกังหันลมชั้นนำของโลก และในส่วนเงินทุนโครงการได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งได้แสดงเจตจำนงในการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จุดยุทธศาสตร์ของพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาคอาเซียน

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูง บนความสูงกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยอยู่ตามแนวถนนหลักที่เชื่อมต่อระหว่าง จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย ไปยังเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม พื้นที่โครงการถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา ได้โดยง่าย ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากพื้นที่เป็นบริเวณที่ยังมีระเบิดตกค้างจากสงครามอินโดจีนเป็นจำนวนมาก และนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ด้อยพัฒนาที่สุดในลาว การพัฒนาโครงการในครั้งนี้ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างงาน และนำมาซึ่งโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ความหลากหลายและการผสมผสานของพลังงานลมและน้ำทางตอนใต้ของประเทศลาว ถือว่ามีประโยชน์เช่นกัน เนื่องด้วยพลังงานลมจะสามารถผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในหน้าแล้ง แตกต่างจากพลังงานน้ำ ที่จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในหน้าฝน ดังนั้นการผลิตแบบผสมผสานระหว่างพลังงานลมและพลังงานน้ำในพื้นที่จะเป็นการเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าที่สะอาดและมีราคาที่ถูกให้แก่ระบบไฟฟ้าได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลลาวในการเป็น “แบตเตอรีของเอเชีย” และยังเป็นการสนับสนุนนโยบาย การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน อีกด้วย